ทางเลือกของการซักผ้าสีขาวที่ดูหม่นหมองมีคราบ
เหลือง... ให้กลับมาขาวสะอาด ดูสดใสเหมือนใหม่
ได้นั้น วิธีง่ายๆคือการใช้น้ำยาซักผ้าขาวไงค่ะ แต่
เพราะสารเคมีก็คือสารอันตรายชนิดหนึ่งซึ่งมีฤทธิ์
กัดกร่อนอยู่อาจทำให้ระคายเคืองผิวหนังและ
ทำลายเนื้อผ้าได้พร้อมๆกัน การนำมาใช้ซักผ้าขาว
บ่อยๆ ก็ยิ่งทำให้ผ้าบางลงเรื่อยๆ...
คุ้มกันหรือปล่าว??
น้ำมะนาว สารฟอกขาวตามธรรมชาติที่คืนความขาวให้สดใส
ขึ้นมาได้ แต่ถ้าฤดูมะนาวแพงล่ะจะทำไงดี??

เบคกิ้งโซดา เป็นของใช้ที่ควรมีไว้ติดบ้านมากๆ เพราะนอก
จากใช้ซักผ้าให้ขาวสะอาดพร้อมดับกลิ่นในใยผ้าได้แล้ว ยังใช้
ทำความสะอาดได้สารพัดอย่างจริงเลยล่ะเบคกิ้งโซดาเนี่ย !

ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ เป็นสารฟอกขาวชนิดอ่อน และ
สารนี้จะใช้ได้ดีเมื่อใช้แอมโมเนียผสม สามารถใช้ได้กับ
ผ้าทุกชนิด สามารถซื้อหาได้ตามร้านขายยาทั่วไปเลยค่ะ

แสงแดด หลังจากซักผ้าขาวแล้ว นำมาตากกลางแดด
แรงๆ จะช่วยให้ผ้าขาว... ดูขาวสะอาด สดใสขึ้นไปได้อีกค่ะ
แต่ยังงั๊ย ยังไง...ผ้าขาวที่ผ่านการซักไปเรื่อยๆ ก็ย่อมเปลี่ยน
เป็นสีเหลือง หรือสีหม่นๆ เข้าสักวัน เนื่องจากขณะที่ซักผ้า
นั้นสิ่งสกปรกจะละลายอยู่กับน้ำเป็นอณูเล็กๆ ที่แทรกเข้าไป
ในเส้นใยของเนื้อผ้าได้ง่าย โดยเฉพาะผ้าคอตตอนหรือ
ผ้าฝ้ายที่เป็นสีขาวด้วยแล้วจะยิ่งแทรกและถูกดูดเข้าไปได้ง่ายสุดๆ เลยนะคะ
1. แยกผ้าขาวทุกชิ้นออกมาซักต่างหาก
อย่านำไปซักปะปนกับผ้าสีเด็ดขาด ข้อนี้ถือเป็นการ
คงความขาวของเสื้อผ้าได้ดีที่สุด เพราะผ้าขาว
จะดูดซึมสี และสิ่งสกปรกได้ง่าย การซักผ้ารวมทุกสี
ในน้ำซักเดียวกันจะเป็นการทำให้ผ้าขาวหมองเร็วเท่านั้น
2. ศึกษาคุณสมบัติของผ้าก่อนซัก   เสื้อผ้าสีขาวบาง
ชุดอาจระบุว่าห้ามใช้สารฟอกขาวเด็ดขาด ทั้งนี้อาจ
เป็นเพราะเนื้อผ้ามีเส้นใยสังเคราะห์ผสมไว้ด้วย หรือ
ไม่ก็อาจมีการใช้ยางอีลาสติกประดับตกแต่งอยู่ซึ่งพอ
ถูกสารฟอกขาวจะทำให้สีขาวของผ้าเปลี่ยนเป็น
สีเหลืองหรือน้ำตาลอ่อนไปเลย จุดๆนี้ก็ต้องระวังนะคะ
3. ผสมผงซักฟอกหรือน้ำยาซักผ้า    ที่อ่อนโยนต่อ
เนื้อผ้าลงในน้ำเปล่า นำผ้าขาวลงแช่ไว้ประมาณ
15-20 นาที


4. สำหรับคราบฝังแน่นบางจุด   เช่น คอเสื้อ ปกเสื้อ
ใต้วงแขน ข้อศอก ฯ ควรใช้น้ำยาขจัดคราบป้ายๆ
สะหน่อยจะได้เบาแรงขยี้ และยังช่วยลดการใช้แปรง
ที่จะทำลายเนื้อผ้าลงได้เยอะเลย
ส่วนการใช้คราม (ผงสีฟ้า) ละลายน้ำและ
ใช้แช่ผ้าขาว ก็เป็นวิธีที่โอเคนะ ใช้ได้ดี
เชียวค่ะเพราะครามช่วยยืดเวลาของการ
เป็นสีเหลืองออกไป เนื่องจากอณูของ
สิ่งสกปรกจะถูกย้อมด้วยสีฟ้าของคราม
ทำให้เวลามองผ้าขาวที่อมสีครามอ่อนๆ
ในตอนกลางวันจะทำให้ไม่เห็นความต่าง
จากสีขาวมากนัก (อย่างน้อยยังดีกว่าเห็น
เป็นสีเหลืองตุ่นๆนะคะ)
5. สำหรับเสื้อผ้าที่แปรงได้ ก็ควรแปรงเบาๆ หลายๆ
ครั้ง โดยเฉพาะเสื้อเชิ้ตผู้ชายควรใช้วิธีแปรงเบาๆ ถ้า
ใช้การขยี้จะทำให้เสียรูปทรง ส่วนในการแปรงผ้านั้น
ถ้าแปรงแรงมากๆก็จะทำให้ผ้าขาดง่ายและเสียรูปทรง
ได้เช่นกัน


6. ผ้าสีขาวที่มีเนื้อผ้าบางเบาก็ควรใช้วิธีขยำๆ
แต่หากจำเป็นต้องขยี้ ก็จะต้องออกแรงขยี้ให้เบามือ
ที่สุด ไม่เช่นนั้นใยผ้าจะบิดเบี้ยวจนเสียรูปทรงได้ง่ายๆ
นะคะ


7. เมื่อซักสะอาดแล้ว จึงทำการล้างฟองออกให้
หมดด้วยน้ำสะอาดประมาณสามถึงสี่รอบ


8. แช่ผ้าด้วยน้ำยาปรับผ้านุ่ม เพื่อเป็นตัวช่วยในการ
ถนอมเสื้อผ้า และเพื่อการสวมใส่ที่สบายยิ่งขึ้น


9. นำผ้าขาวไปตากกลางแดดจัดๆ โดยกลับเอาด้าน
ในออก
10. เมือแห้งแล้วนำมารีดและเก็บเข้าตู้   หากเป็นชุด
ที่ไม่ได้ใส่บ่อยควรเก็บไว้ในถุงผ้า (ห้ามใช้ถุงพลาสติก
เด็ดขาด) พอให้อากาศถ่ายเทได้ เป็นการป้องกันฝุ่น
ละอองที่อาจจับตัวกันบนเสื้อผ้าและกลายเป็นคราบ
เหลืองที่ดูไม่สะอาดน่าสวมใส่ได้ในภายหลัง
ขอสรุปสุดท้ายเลยว่า ต่อให้สารซักฟอกที่สาวๆใช้นั้นมีประสิทธิภาพใน
การขจัดสิ่งสกปรกได้ดีเริ่ดเท่าไหร่ก็ตาม ถ้าไม่ยอมทำการแยกซักผ้าสี
กับผ้าขาวออกจากกันแล้วล่ะก็ ไม่มีทางที่เสื้อผ้าสีขาว จะคงความขาว
สดใสได้เหมือนใหม่ไปได้หรอกนะคะ รู้แบบนี้แล้ว ซักผ้าเมื่อไหร่
อย่าลืมแยกสีผ้าก่อนทุกครั้งนะคะ