เสื้อผ้าที่สวมใส่จะมีอายุอายุการใช้งาน แบบสวยนานก็เพราะกรรมวิธีซักปรับ ตาก รีดที่เหมาะสมไปพร้อมกับการ
ถนอมเนื้อผ้าให้อยู่ในสภาพดีที่สุดด้วยผลิตภัณฑ์ถนอมแพรพรรณสุดเริ่ดอย่าง Essence แต่อุ้ย ตาย ว๊ายยย กรี๊ด..
ทำไมอุบัติเหตุมักเกิดขึ้นเสมอกับการทำให้เสื้อผ้าตัวโปรด เกิดรอยเปื้อนเลอะเทอะเปรอะคราบต่างๆ ได้ตล๊อด
ตล๊อด !!
25. เสื้อผ้าที่เลอะมัสตาร์ด  ขจัดคราบโดยใช้น้ำส้ม
สายชูถู แล้วรีบนำไปซัก
4.   เสื้อผ้าที่เปื้อนคราบเลือดฝังแน่น... ใช้ฟองน้ำจุ่ม
น้ำเย็น ที่ผสมเกลือจนชุ่ม ถูเบาๆ จนคราบเลือดค่อยๆ
จางลง แล้วใช้น้ำเปล่าถูอีกครั้ง สุดท้ายใช้ทิชชูซับน้ำ
ให้แห้ง
ขจัดคราบโดยใช้แป้งข้าวเจ้าถู
แล้วซักได้ตามปกติ
6. เสื้อผ้าที่เปื้อนคราบชอกโกแล็ต    ขจัดคราบโดย
รีบนำไปแช่น้ำอุ่นทันทีที่เปื้อน อาจใช้น้ำยาขจัดคราบ
ฝังแน่น Essence Stain Remover ช่วยด้วยก็ได้ จาก
นั้นจึงนำไปซักแห้ง
33. เสื้อผ้าที่เลอะลิปสติก  เอามันเปลวหมูทาตรงรอย
เปื้อน หรือใช้น้ำมันหมูทา จากนั้นจึงซักในน้ำสบู่ร้อนๆ
หรือใช้ผงซักฟอกขาว โรยตรงรอยเปื้อนแล้วขยี้ แล้ว
จึงซักตามปกติ หรืออาจใช้
วาสลินถูตรงรอยเปื้อนแล้ว
นำมาซักตามปกติ
28. เสื้อผ้าที่เลอะสีน้ำมัน  ขจัดคราบโดยใช้น้ำมันเบน
ซินเช็ดรอยเปื้อนให้ชุ่ม แล้วใช้น้ำมันสนเช็ดอีกที จาก
นั้นซักตามปกติ
1.   เสื้อผ้าที่เลอะคราบครีม เนย น้ำมัน
18. เสื้อผ้าที่เลอะคราบน้ำหมากน้ำหมึก
ก่อนซักให้นำเกลือป่นโรยตรงรอยเปื้อน
แล้วบีบน้ำมะนาวลงไปให้ชุ่ม ผึ่งแดดไว้
ครึ่งวัน จึงค่อยนำไปซัก
27. เสื้อผ้าที่เลอะคราบเหงื่อ มี 3 วิธี
1. ขจัดได้โดยซักด้วยน้ำที่ผสมน้ำส้มสายชูเล็กน้อย
    หรือน้ำมะนาว
2. แช่ผ้าไว้ในน้ำยาซักผ้าที่ทำให้เจือจางในน้ำจาก
    นั้นซักได้ตามปกติ
3. ละลายแอสไพริน 2 เม็ด
    ลงในน้ำแล้วแช่ผ้าไว้
    สักครู่จึงซักตามปกติ
24. เสื้อผ้าที่เลอะยาแดง   ควรเช็ดรอยเปื้อนด้วย
แอมโมเนียหรือซักด้วยน้ำส้มสายชูผสมน้ำธรรมดา
20. เสื้อผ้าที่เลอะขี้ผึ้ง  ต้องวางกระดาษซับวางบนรอย
เปื้อนแล้วกดด้วยเตารีดที่ร้อน และเปลี่ยนกระดาษจน
กระทั่งไขทั้งหมดถูกดูดซับไปหมด ถ้าเป็นผ้าที่บางหรือ
ผ้าไหมให้ใช้กระดาษทิชชู และเตารีดที่อุ่นๆ
ขจัดคราบได้ด้วยการใช้แป้งสำหรับทาตัวมาโรยบริเวณ
คราบ แล้วใช้กระดาษทิชชู หรือ
กระดาษบางๆวางทับแล้วนำเตารีด
ร้อนพอสมควร รีดทับบนกระดาษ
จนแป้งดูดคราบออกจนหมดแล้ว
จึงนำไปซักตามปกติ
19. เสื้อผ้าที่เลอะกาว   ควรใช้น้ำส้มสายชูเช็ดที่รอย
เปื้อน นำมาแช่ในน้ำเย็น แล้วซักตามปกติ
21. เสื้อผ้าที่เลอะไข่   แค่ผสมน้ำยาซักผ้ากับน้ำอุ่นแล้ว
ใช้ซักเหมือนปกติ
2.   เสื้อผ้าที่เปื้อนคราบเลือด ขจัดคราบออกได้โดย
นำนมข้นทาทันที ทิ้งไว้สักครู่แล้วนำไปขยี้น้ำออก
22. เสื้อผ้าที่เลอะยางกล้วย  ขจัดคราบโดยใช้มะนาว
ที่ฝานเป็นชิ้นบางๆ ถูตรงรอยเปื้อน ที่เป็นคราบดำแล้ว
รีบนำมาซักทันที
23. เสื้อผ้าที่เลอะยาทาเล็บ  ต้องรีบซับที่รอยเปื้อนด้วย
น้ำยาล้างเล็บ และเช็ดด้วยผ้าที่สะอาด จนกระทั่งรอย
เปื้อนจางลง (ควรลองหยด
น้ำยาล้างเล็บลงที่ด้านใน
ของชุดก่อนนะคะ)
5 เสื้อผ้าที่เปื้อนคราบกาแฟ
34. เสื้อผ้าที่เลอะยางหญ้า ยางดอกไม้  ขจัดคราบโดย
นำมาซักในน้ำสบู่ที่ข้นและร้อน ถ้ายังไม่ออกให้ลองใช้
สารฟอกขาวช่วย
26. เสื้อผ้าที่เลอะคราบปัสสาวะ   ให้ซับที่รอยเปื้อน
      ด้วยแอมโมเนียเจือจางหรือเบคกิ้งโซดาแล้วล้าง
      ออกด้วยน้ำอุ่น จากนั้นซักได้ตามปกติ
3.   เสื้อผ้าที่เปื้อนคราบเลือดจางๆ  ขจัดคราบโดยใช้
เบคกิ้งโซดาผสมน้ำสักเล็กน้อย จนแป้งข้นๆ ถูเบาๆ รอ
จนแห้งจึงปัดผงของเบคกิ้งโซดาออกแล้วจึงนำไปซัก
30. เสื้อผ้าที่เลอะสีปากกาเมจิก  ให้ถูด้วย
น้ำมันสนแล้วนำไปซัก
29. เสื้อผ้าที่เลอะสีเคลือบเงา ขจัดคราบโดยซับที่รอย
เปื้อนด้วยน้ำมันสน หรือผสมแอมโมเนีย กับน้ำมันสนใน
อัตราส่วนที่เท่ากัน แช่ผ้าไว้จนกระทั่งรอยเปื้อน ละลาย
ออก จากนั้นซักในน้ำสบู่
7. เสื้อผ้าที่เลอะคราบน้ำตาเทียน   ให้ใช้ก้อนน้ำแข็ง
ขูดเกล็ดเทียนออกให้มากที่สุด จากนั้นจึงใช้กระดาษ
ประกบบริเวณที่เปื้อนทั้ง 2 ด้าน แล้วใช้เตารีดอุ่นๆ รีด
ทับจนน้ำตาเทียนซึมออกมาติดกับกระดาษ
31. เสื้อผ้าที่เลอะคราบปากกาลูกลื่น  ขจัดออกได้ด้วย
ฟองน้ำชุบแอลกอฮอล์เช็ดจนรอยเลอะจางลง แล้วจึง
นำไปซัก
32. เสื้อผ้าที่เลอะคราบดินสอ   ใช้ยาสีฟันป้ายลงบน
รอยดินสอแล้วขยี้
เคล็ดลับต่างๆ ล้วนได้มาจากแหล่งข้อมูลต่างๆ ซึ่งส่วนใหญ่ลองแล้วได้ผลนะคะ ถ้าอย่างไรแฟนเอสเซ้นซ์จำเป็นต้อง
อาศัยเทคนิคใดเทคนิคหนึ่ง อย่าเพิ่งผลีผลามจัดหนักขจัดคราบออกแบบเร่งรัดเชียวค่ะ ทุกคราบควรค่อยๆ ลอง เพราะ
เรายังต้องคิดถึงประเภทของผ้า ด้วย ไม่เช่นนั้นคราบที่อยากขจัดอาจนำความสวยของเนื้อผ้าไปกับมันด้วย ทีนี้ล่ะ...
อาจต้องทำใจปล่อยชุดสวยนั้นไปเลย ~
8. เสื้อผ้าที่เลอะโคลน  ต้องปล่อย
ให้โคลนแห้งก่อนแล้วจึงใช้แปรง
ปัดออกจากนั้นซักด้วยน้ำเย็น
หลายๆ ครั้งจนไม่มีน้ำโคลนออก
มาจึงค่อยซักด้วยผงซักฟอก Essence
12. เสื้อผ้าที่เลอะคราบน้ำมันดิบ ขจัดคราบด้วยการขูด
น้ำมันดิบที่ติดอยู่ออกด้วยมีดที่ไม่คม แล้วถูด้วยน้ำมัน
สนหรือน้ำมันก๊าดหรือน้ำมันเบนซิน (ห้ามใช้น้ำเด็ดขาด)
13. เสื้อผ้าที่ขึ้นราเล็กน้อย ต้องรีบนำผ้าที่ขึ้นราใหม่ๆ
ซักในน้ำสบู่ร้อนๆ ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ หรือลอง
บีบมะนาวลงไป แล้วแช่ผ้าไว้ในผงซักฟอกสักครู่ก่อน
จะซักผ้าตามปกติ
9. เสื้อผ้าที่เปื้อนคราบน้ำชา   ต้องรีบเทน้ำเดือดลง
บนรอยเปื้อนบนผ้าที่ยังเป็นรอยใหม่อยู่จนสีจางลงแล้ว
รีบนำไปซักทันที
14. เสื้อผ้าที่เปื้อนรอยสนิม   ควรขจัดคราบโดยนำผ้า
มาชุบน้ำให้เปียกก่อน บีบน้ำมะนาวลงไปบนรอยเปื้อน
ทิ้งไว้สักครู่ แล้วจึงนำไปซักตามปกติ
15. เสื้อผ้าที่เลอะคราบเบียร์   ต้องซักในน้ำเย็นทันที
หรือใช้แปรงจุ่มน้ำเย็น แปรงตรงรอยเปื้อนทันที
10. เสื้อผ้าที่เปื้อนคราบน้ำผลไม้ น้ำมันพืช ขจัดคราบ
โดยให้ขึงผ้าที่เปื้อนบนปากถัง เทน้ำเดือดลงตรงรอย
เปื้อน แล้วจึงซักปกติ
16. เสื้อที่เลอะคราบน้ำมันรถ (น้ำมันเครื่อง)
ขจัดคราบโดยใช้มะนาวถูบริเวณที่เปื้อน จนรอยเปื้อน
จางลงแล้วจึงนำไปซัก
17. เสื้อผ้าที่เปื้อนคราบน้ำส้มสายชู   ต้องผสมแอมโม
เนีย 1 ช้อนชา ในน้ำ 2 ถ้วย (ครึ่งลิตร) แล้วแช่ 2-3
นาที ล้างออกแล้วซักตามปกติ
11. เสื้อผ้าที่เลอะน้ำมันขัดเงา  ควรใช้ฟองน้ำชุบทิน
เนอร์ทาบริเวณที่เปื้อนในขณะที่ยังเปียกอยู่ แล้วใช้น้ำ
ยาซักผ้าขยี้ตรงรอยเปื้อนทันทีจากนั้นนำมาแช่ในน้ำอุ่น
แล้วรีบซักทันที